วันจันทร์, 9 ธันวาคม 2562

ชายร่างท้วม ยืนชี้หน้าด่ากราดเจ้าหน้าที่ รปภ.สุวรรณภูมิ กระโดดถีบกระจกมองข้าง (ชมคลิป)

ชายร่างท้วม ยืนชี้หน้าด่ากราดเจ้าหน้าที่ รปภ.สุวรรณภูมิ กระโดดถีบกระจกมองข้าง (ชมคลิป)

ภาพตามคลิปซึ่งมีความยาวกว่า 7 นาที ที่กระจายอยู่ในโลกโซเชียนในขณะนี้เป็นภาพเหตุการณ์ที่พึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกเมื่อคืนนี้ เป็นภาพเหตุการณ์ที่มีชายรูปร่างอ้วนขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อ โตโยต้า ครัมรี่ สีขาว ตามทะเบียนที่ปรากฏอยู่ในภาพเข้ามาในผ่านเข้ามาในพื้นที่ควบคุมของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ ทางด้านฟรีโซน โดยขับผ่านตู้จ่ายบัตร GH 2 ซึ่งเป็นทางเข้าโดยที่ไม่รับบัตรจอดรถจากเจ้าหน้าที่แต่อย่างได้มุ่งหน้าเข้าไปจอดที่หน้าอาคาร GE ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของท่าอากาศยานสุวรรณ เจ้าหน้าที่จึงเรียกให้หยุดเพื่อให้วนกลับไปรับบัตรเข้าจอด ซึ่งพนักงานประจำตู้จ่ายบัตรได้คีย์ข้อมูลเอาไว้แล้ว

แต่กลับถูกชายคนดังกล่าวซึ่งอยู่ในอาการคล้ายคนเมาสุราลงมาต่อว่าและด่าทอเจ้าหน้าที่พร้อมทั้งแสดงพฤติกรรมลักษณะข่มขู่ เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งขอกำลังเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เข้าเจรจาแต่ก็เป็นผล ชายคนดังกล่าวยังแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ข่มขู่ และทำลายทรัพย์สิน โดยการทุบรถยนต์สายตรวจ ASM ที่บริเวณกระโปรงหน้ารถหลายครั้ง และกระโดดถีบกระจกมองข้างได้รับความเสียหายทั้ง 2 ข้าง พร้อมชี้หน้าด่ากราดเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เข้าร่วมในการเจรจา แม้เจ้าหน้าที่หลายฝ่ายจะพยายามเข้าพูดคุยและเจรจาให้ชายคนดังกล่าวสงบสติอารมณ์

แต่ก็ยังไม่เป็นผล ชายคนดังกล่าวยังคงอาละวาทเข้าไปแย่งหมวกของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ติดกล้องอยู่ด้านบนขว้างลงพื้นจนได้รับความเสียหายไปหลายใบ แต่เจ้าหน้าที่ก็มิได้มีการตอบโต้แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ได้พยายามเข้าเจรจานานกว่า 1 ชั่วโมงชายคนดังกล่าวก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงแต่อย่างใด จนกระทั่งในเวลาเกือบตี่ 3 ได้มีชายสูงอายุเดินทางมายังที่เกิดเหตุและรับตัวชายคนดังกล่าวขึ้นรถและขับออกไป ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับในการรักษาความสงบภายในท่าอากาศยาน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในจุดที่เกิดเหตุจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

คลิป

 

ขอขอบคุณแหล่งที่มา >> ทีมข่าวนกกระจอก

https://www.ข่าวคราว.com